Saturday, August 24, 2013

ลูกชายเป็นไส้เลื่อน

Q : ลูกชายเคยผ่าตัดไส้เลื่อนตอนอายุ 2 เดือนค่ะ ช่วงนั้นลูกท้องเสียพาไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่ง หมอให้นมยามากล่องหนึ่งค่ะ ลูกกินไปได้ประมาณครึ่งขวดก็ร้องไห้เหมือนปวดท้องตะเบ็งร้องดังมาก พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็เป็นไส้เลื่อน อยากทราบว่าสาเหตุที่ลูกเป็นไส้เลื่อนเพราะตะเบ็งร้องหรือเปล่า และมีโอกาสกลับมาเป็นอีกไหมคะ
A : โรคไส้เลื่อนในเด็กนั้นมีทั้งที่บริเวณสะดือและที่ขาหนีบสำหรับลูกคุณแม่นุ้ยนั้นได้รับการผ่าตัดด้วยจึงคิดว่าน่าจะเป็นไส้เลื่อนขาหนีบมากกว่านะคะ ซึ่งภาวะนี้คือการที่อวัยวะในช่องท้องเลื่อนลงไปในถุงเยื่อบุช่องท้องที่ยื่นออกมาบริเวณขาหนีบ
                             โดยปรกตริแล้วทารกเพศชายทุกคนจะมีลูกอัณฑะซึ่งกำเนิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาในบริเวณด้านหลังของช่องท้อง และเมื่อทารกในครรภ์เติบโตขึ้นลูกอัณฑะจะค่อยๆ เคลื่อนที่ลงมาอยู่ที่ลูกอัณฑะทั้ง 2 ข้างเพื่อให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ในการเดินทางของลูกอัณฑะน้อยๆ นี้จะมีการดึงรั้นให้เยื่อบุช่องท้องยื่นคลุมลูกอัณฑะตามออกมาด้วย อัณฑะจะลงไปในถุงอัณฑะโดยสมบูรณ์ เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 8 เดือน หลังจากนั้นรูที่เกิดขึ้นจากากรยื่นของถุงเยื่อบุช่องท้องที่เคลื่อนตามมานี้ก็จะมีการปิดตัวและสลายไป
                             การคงอยู่ของช่องทางซึ่งควรจะปิดได้ตามธรรมชาตินี้เองที่เป็นต้นเหตุของโรคไส้เลื่อนในเด็ก จึงพบว่าเกผู้ชายมีโอกาสเป็นไส้เลื่อนมากกว่าเด็กผู้หญิง เกิดขึ้นในข้างขวามากกว่าข้างซ้ายและพบในเด็กที่เกิดก่อนกำหนดมากกว่าเด็กที่ครบกำหนด
                             ดังนั้นการที่ลูกร้องมากๆ เบ่งถ่ายแรงเนื่องจากท้องผูกหรือไอมากๆ จะทำให้แรงดันภายใจช่องท้องสูงขึ้น หากลูกมีช่องท้องของเยื่อบุช่องท้องดังกล่าวที่ไม่ปิดไป จะทำให้ดันอวัยวะภายในโดยเฉพาะลำไส้เคลื่อนที่เข้าออกผ่านมาในรูดังกล่าว เกิดเป็นก้อนที่บริเวณหัวเหน่าติดกับขาหนีบซึ่งมักจะยุบเข้าออกได้
                             อันตรายของไส้เลื่อนจะเกิดขึ้นเมื่อสำไส้เคลื่อนที่ลงมาในถุงไส้เลื่อนและมีการติดค้างของขดลำไส้ภายในสถานที่อันจำกัดของขาหนีบ ทำให้เกิดการอุดกั้นของเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้ในส่วนที่ติดคาจนอาจจะทำให้ลำไส้เน่าตายหรือกดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงอัณฑะทำให้ฝ่อตัว นอกจากนั้นการขดของลำไส้ที่ติดค้างอยู่ในถุงไส้เลื่อนนี้ก็จะมีการกดทับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงอัณฑะจนทำให้อัณฑะฝ่อตัวในเวลาต่อมาได้ดังนั้นหากลูกได้รับการผ่าตัดรักษาน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับการเกิดเป็นซ้ำนั้นไม่น่าจะเกิดอีก

No comments:

Post a Comment