Tuesday, August 20, 2013

คุณแม่มือใหม่ บ๊ายบาย ลำไส้อักเสบ

ภาวะลำไส้อักเสบเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็กวัยขวบปีแรก ส่งผลให้ลูกน้อยมีอาการอาเจียนและถ่ายอุจจาระเหลว เด็กบางคงอาจมีอาการไม่รุนแรง เพียงดูแลรักษาตามอาการก็จะดีขึ้นจนหายไปได้เอง แต่บางรายอาจมีอาการมากจนทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง อาจทำให้ช็อกและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ต้นเหตุลำไส้อักเสบ
            ไวรัสวายร้าย : เกิดจากเชื้อโรคหรือพิษของเชื้อโรค ในเด็กเล็กมักเกิดจากเชื้อไวรัส โดยไวรัสที่พบบ่อยที่สุดคือไวรัสโรต้า (Rotavirus) ซึ่งติดต่อโดยการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ จากการคลุกคลีกับผู้ป่วยโดยตรงหรือแฝงตัวอยู่ตามสิ่งของ เช่น ของเด็กเล่น และสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลายชั่วโมง เช่น ของเล่นเด็ก และสามารถมีชีวิตอยู่นานหลายชั่วโมง อยู่ได้นานเป็นวนๆ ซึ่งหากลูกน้อยนำสิ่งของหรือมื้อที่เปื้อนเชื้อโรคเข้าทางปากก็จะทำให้รับเชื้อไวรัสนี้เข้าไปได้อย่างง่ายดาย
            แบคทีเรียตัวแสบ : ส่วนเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ ได้แก่ เชื้อไทฟอยด์ (Salmonella) อีโคไลน์ (E.coli) เชื้อบิด (Shigella) มักเกิจากการกินอาหารจำพวกสัตว์ปีก ไข่ น้ำดื่มหรือนมที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหรือพิษของเชื้อโรค
ภาวะที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
            ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการติดเชื้อลำไส้อักเสบง่าย ได้แก่ อายุน้อย ทุพโภชนาการ ไม่ได้รับนมแม่ กินอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง การเดินทางไปยังแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อ รวมทั้งการเข้าอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก
อาการของหนูเมื่อลำไส้อักเสบ
     ระยะฟักตัว : เมื่อลูกได้รับเชื้อดังกล่าว จะใช้ระยะฟักตัวหลังการสัมผัสโรคจนแสดงอาการ อาการใช้เวลาสั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงจนถึง 2 วัน เริ่มต้นด้วยอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ กรณีอาการไม่รุนแรง มักจะหายได้เองภายใน 3-5 วัน
     อาการที่พบบ่อย : ได้แก่ มีไข้อาเจียน หากเป็นเชื้อไวรัสจะถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือถ่ายเป็นฟองหลายๆ หน รอบก้นแดงบางคนอาจมีน้ำมูกไหลและไอร่วมด้วย แต่ถ้าเป็นเชื้อแบคทีเรียมักมีมูกเลือดในอุจจาระ อาจมีไข้สูงร่วมด้วย อาการท้องเสียอาจเป็นนานได้ถึง 7-10 วัน ถ้าสูญเสียน้ำมาก จะมีอาการปากแห้ง เบ้าตาลึก กระหม่อมบุ๋ม ปัสสาวะออกน้อยลง ซึม เป็นต้น
ทำอย่างไรเมื่อลูกป่วย
     ให้เกลือแร่ช่วยขาดน้ำ : การดูแลเบื้องต้นที่สำคัญที่สุดได้แก่ การแก้ไขและทดแทนภาวะขาดสารน้ำและเกลือแร่ในกรณีที่ลูกขาดน้ำไม่มาก คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลเองที่บ้านได้ โดยการให้กินเกลือแร่ ORS สำหรับเด็กร่วมกับให้อาหารเหลวภายใน 4-6 ชั่วโมงหลังได้รับน้ำเกลือแร่ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะทุกคน เนื่องจากสาเหตุส่วนใหญ่ในเด็กมักเกิดจากเชื้อไวรัสและทำให้เชื้อโรคอยู่ในลำไส้นานมากขึ้น
            ดูแลอาหารการกิน : การให้อาหาร สำหรับเด็กที่ยังกินนมแม่ สามารถให้นมได้ตลอดตามความต้องการของลูกน้อย ไม่ต้องงดนมแม่ เนื่องจากนมแม่จะช่วยให้โรคหายเร็วขึ้นและยังช่วยส่งเสริมภาวะโภชนาการให้ดีขึ้นอีกด้วย แนะนำให้ป้อนข้าวบด โจ๊ก ข้าวต้ม 1 มื้อ ตามแต่จะรับได้ โดยให้หลังจาก 4 ชั่วโมงแรกหลังได้รับน้ำเกลือแร่อย่างเพียงพอ ส่วนเด็กที่กินนมผสมให้เริ่มนมสูตรปกติและไม่ควรชงนมจาง ในเด็กบางคนที่ถ่ายอุจจาระเป็นฟอง ท้องอืดและรอบก้นแดง แสดงว่ามีภาวะดูดซึมน้ำตาลแลคโตสบกพร่อง อาจจะเปลี่ยนเป็นนมสูตรนมถั่วเหลือง หรือสูตรที่ไม่มีน้ำตาลแลคโตสแทน
ป้องกันลำไส้อักเสบ
            สุขอนามัยดี : คุณแม่ควรล้างมือให้ลูกน้อยบ่อยๆ ก่อนหยิบจับอาหารเข้าปาก ดูแลสุขภาพอนามัยของสมาชิกในบ้าน และหมั่นล้างของเล่นเสมอๆ รวมถึงการเตรียมนม น้ำและอาหารของลูกน้อยก็ต้องให้สุก สะอาด ถูกสุขอนามัย โดยการผ่านความร้อน ขวดนมเด็กก็เหมือนกันควรต้มด้วยน้ำเดือนอย่างน้อย 15 นาที หลังจากนั้นผึ่งให้แห้งและเก็บให้มิดชิด
            นมแม่เกราะป้องกัน : ‘นมแม่ จะช่วยให้ลูกมีภูมิคุ้มกันถึงแม้จะติดเชื้อไวรัสโรต้าก็จะไม่มีอาการหรือมีน้อย เพราะภูมิคุ้มกันในนมแม่ช่วยในการกำจัดเชื้อได้
            วัคซีนช่วยหนูได้ : ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าเป็นวัคซีนชนิดรับประทาน ให้ในเด็กอายุ 2 และ 4 เดือนซึ่งเป็นวิธีป้องกันลำไส้อักเสบโรต้าที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยอีกด้วยนะคะ
     รู้อย่างงี้แล้วเห็นทีโรคลำไส้อักเสบคงจะเข้าป่วนเจ้าตัวเล็กของคุณแม่ได้ได้ง่ายๆ แล้วล่ะค่ะ

1 comment:

  1. This is actually good to read content of this blog. A is very general and huge knowledgeable platform has been known by this blog. I in reality appreciate this blog to have such kind of educational knowledge.น้ำซุปสำเร็จรูป

    ReplyDelete