เมื่อกำหนดคลอดใกล้เข้ามา คุณแม่ทุกท่านคงจะมีความรู้สึกทั้งตื่นเต้น
กลัว กังวล โดยเฉพาะเกี่ยวกับการคลอด และยิ่งกังวลมากขึ้น
ถ้าจะต้องคลอดโดยวิธีการผ่าตัดคลอด การเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมทั้งก่อนผ่าตัด
และรู้ทันอาการที่จะต้องเจอหลังผ่าตัด จะช่วยทำให้คุณแม่รับมือกับทุกปัญหาได้อย่างดีค่ะ
9 เรื่องต้องรู้ก่อนผ่า…
1. กรณีผ่าตัดโดยกำหนดวันไว้ล่วงหน้า
คุณแม่และคุณพ่อควรคุยกับคุณหมอ กำหนดวันและเวลาผ่าตัดคลอดที่เหมาะสม
ซึ่งหมายถึงลูกต้องครบกำหนดพร้อมจะคลอด และเป็นเวลาที่สะดวก เหมาะสม
กับทั้งครอบครัวเราและคุณหมอในกรณีเอาฤกษ์ ขอให้กำหนดเป็นช่วงเวลา 15-30 นาทีค่ะ เช่น 9.00-9.30
น. เป็นต้น
เพื่อไม่ให้ทีมแพทย์ต้องเครียดมากเกินไป
2. ศึกษาวิธีระงับความเจ็บปวด
ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะใช้วิธีบล็อกหลังค่ะ วิธีนี้มีความปลอดภัยสูง
ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดที่อาจพบได้ คือ อาการปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนและคันตามตัว
ส่วนอาการปวดหลังนั้นไม่เกี่ยวกับการบล็อกหลัง การเตรียมตัวไม่มีอะไรมาก
สำคัญคือเวลาคุณหมอกำลังจะทำการบล็อกหลัง คุณหมออาจใช้ท่านั่งก้มหลัง
หรือท่านอนตะแคงงอตัวเหมือนกุ้ง ขอให้คุณแม่ทำตามคำแนะนำ
ไม่เกร็งและนอนให้นิ่งที่สุดค่ะ อาจรู้สึกแปลบลงขาเล็กน้อย ไม่เจ็บมาก
3. อุปกรณ์พิเศษที่แนะนำให้เตรียมคือ
ผ้ารัดหน้าท้องค่ะ เพราะหลังผ่าตัด เวลาจะลุกเดิน
ผ้ารัดหน้าท้องจะช่วยพยุงให้พุงพลุ้ยๆ ของคุณแม่ไม่ขยับมาก
ลดความเจ็บปวดหลังผ่าค่ะ เตรียมกระเป๋าที่จะไปโรงพยาบาลล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์
อย่าลืมผ้าอนามัยแบบซึมซับพิเศษ กางเกงชั้นในอนามัยกันเปื้อนด้านหลัง
และเสื้อชั้นในสำหรับให้นม
4. สิงที่สำคัญที่จะต้องเตรียมล่วงหน้า
คือ ทีมผู้ช่วยค่ะ เพราะหลังผ่าตัด 1-2 สัปดาห์
คุณแม่อาจจะเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ ควรหาผู้ช่วย เช่น คุณยาย คุณสามี
หรือผู้ช่วยงานบ้านไว้ล่วงหน้า
5. ก่อนวันผ่าตัด ควรรับประทานอาหารอ่อน
งดน้ำ และงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนถึงวันผ่าตัด
6. หยุดงานเพื่อพักผ่อนมากๆ ประมาณ 2-3 วันล่วงหน้า
เพราะคืนก่อนผ่าตัดมักนอนไม่ค่อยหลับค่ะ
7. หากมีไข้ เป็นหวัด
มีอาการปัสสาวะแสบขัด ตกขาวผิดปกติก่อนผ่าตัด ควรรีบแจ้งคุณหมอที่ดูแลทันที
เพราะการคิดเชื้อที่ใดก็ตามก่อนผ่าตัดจะทำให้เพิ่มโอกาสการติดเชื้อหลังผ่าตัด
8. ก่อนผ่าตัดทางโรงพยาบาลอาจทำการเจาะเลือก
เพื่อเตรียมเลือด และตรวจความพร้อมของคุณแม่ล่วงหน้า
9. ควรไปถึงโรงพยาบาลก่อนเวลาผ่าตัดอย่างน้อย
3 ชั่วโมง
และเวลาที่รอคอยก็มาถึง
การผ่าตัดคลอดใช้เวลาเพียง 30-45 นาที
หลังผ่าตัดคุณแม่จะอยู่ในห้องพักฟื้นเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง
และมีสายน้ำเกลือเพื่อให้สารน้ำยาช่วยการหดตัวของมดลูก และยาแก้ปวด
นอกจากนั้นจะมีท่อปัสสาวะสีเหลืองซึ่งต้องใส่ไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงค่ะ ในกรณีบล็อกหลัง หลังผ่าตัดใหม่ๆ คุณแม่จะรู้สึกหนักขา
ยกขาไม่ขึ้น อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือหนาวสั่นได้
หากมีอาการคุณแม่สามารถแจ้งพยาบาลที่ดูแลได้ทันทีค่ะ
หากคุณแม่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ จะมีเจ้าหน้าที่พาคุณแม่ไปพักผ่อนที่ห้องพัก
และคุณแม่ต้องนอนราบอีก 12 ชั่วโมง และงดน้ำ
งดอาหารต่ออีกประมาณ 24 ชั่วโมงค่ะ
อาการนี้หนีไม่พ้น
1. ปวดแผล : หลังผ่าตัด 12
ชั่วโมง คุณแม่จะเริ่มยกขาได้ยาชาเริ่มหมดฤทธิ์
และเริ่มรู้สึกปวดแผล ในเวลา 24 ชั่วโมงแรกคุณหมอจะให้ยาระงับอาการปวดทางเส้นเลือดดำ
หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ แต่เมื่อครบ 24 ชั่วโมง
คุณหมอจะให้เป็นยากินค่ะ แผลจะปวดมากประมาณ 1-2 วัน
และจะค่อยๆ น้อยลงภายใน 1 สัปดาห์ค่ะ
ฉะนั้นในสัปดาห์แรกคุณแม่ควรมีผู้ช่วยในการหยิบของโน่นนี่ช่วยงานบ้าน ช่วยอุ้มลูก
ไม่ควรทำงานบ้านด้วยตนเอง และไม่ควรยกของที่มีน้ำหนักมากกว่าลูก
และอย่าลืมใช้ผ้ารัดหน้าท้องด้วยค่ะ
2. เวียนศีรษะ คลื่นไส้ : หลังจากคุณหมอเอาสายปัสสาวะและสายน้ำเกลือออกแล้ว
ให้คุณแม่ลุกช้าๆ ลุกขึ้นมานั่งก่อน แล้วค่อยๆ ยืน มองไปข้างหน้าให้เห็นภาพชัด
ไม่มึนงง แล้วค่อยก้าวเดินค่ะ เพราะถ้าลุกเร็ว อาจหน้ามืดเป็นลมได้ค่ะ
3. ปัสสาวะขัด : หลังจากเอาสายปัสสาวะออกแล้ว
เมื่อไปปัสสาวะครั้งแรกจะรู้สึกแสบขัดเล็กน้อย
ให้คุณแม่นั่งปัสสาวะนานกว่าปกติเล็กน้อยค่ะ ให้คุณแม่ดื่มน้ำมากๆ
เมื่อปัสสาวะครั้งต่อไปจะค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ
4. น้ำคาวปลา : 2-3 วันแรก
น้ำคาวปลาจะมีสีแดงสดและจะออกมากเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถค่ะ
เมื่อคุณแม่กลับบ้านน้ำคาวปลาจะค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ และเป็นลักษณะเหมือนตกขาวภายใน 6
สัปดาห์ค่ะ แต่ถ้าน้ำคาวปลามีสีแดงขึ้น มากขึ้น
และออกมาจนชุ่มผ้าอนามัย หรือมีก้อนเลือดออกมาด้วย ควรรีบมาพบแพทย์ค่ะ
5. ปวดศีรษะ : หากมีอาการปวดศีรษะมาก
เวลาลุกนั่ง ต้องนอนราบตลอด อาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากการบล็อกหลัง
ให้คุณแม่ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อย 3 ลิตรต่อวัน อาการจะค่อยๆ
ดีขึ้นภายในเวลา 1-2 วันค่ะ
6. ยังออกแรงไม่ไหว : เมื่อกลับบ้าน
ควรจัดบริเวณเลี้ยงลูกให้สะดวกต่อการใช้งาน ควรมีโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม
ตู้เก็บเสื้อผ้า ผ้าอ้อม กระปุกสำลี น้ำต้มสุก ควรจัดวางให้หยิบง่าย
ไม่ต้องเดินไกล ไม่ควรขึ้นลงบันไดวันละหลายๆ รอบ
และไม่ควรยกของหนักควรใช้อ่างอาบน้ำแบบยืนอาบน้ำได้
เพราะหลังผ่าถ้าต้องนั่งอาบน้ำให้ลูก เวลาลุกขึ้นจะเจ็บแผลและหน้ามืดได้ค่ะ งานบ้านควรหาผู้ช่วยทำก่อน
และพักผ่อนนอนหลับพร้อมๆ กับลูกค่ะ
7. เต้านมคัดตึง : ควรให้ลูกดูดนมอย่างถูกวิธี
ประคบน้ำอุ่นก่อนให้นม และควรให้ลูกดูดนมให้หมดเต้าค่ะ หากเต้านมแดง บวม
แข็งตึงมาก และมีไข้ ควรรีบพบแพทย์ค่ะ
8. เครียด : สำหรับคุณแม่มือใหม่ความเจ็บปวดและความเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตอาจทำให้เกิดความเครียดจนอาจซึมเศร้าได้
คุณแม่ควรมีญาติสนิท หรือเพื่อนรักใกล้ชิดอยู่ด้วย
เพื่อพูดคุยให้ผ่อนคลายความเครียด และช่วยลดภาระงานบ้านบางอย่าง
การสร้างสายสัมพันธ์กับลูกรักโดยมองหน้าลูกทุกครั้งที่ให้นม กอด
และหอมลูกจะช่วยให้คุณแม่มีพลังมากขึ้นค่ะ
หมอขอเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่ทุกคนนะค่ะ
อย่าเครียดและอย่าคาดหวังว่าทุกอย่างต้อง Perfect หรือเราต้องเป็น Supermom
ค่ะ ขอให้ยอมที่จะขอความช่วยเหลือ และความรับช่วยเหลือจากคนรอบข้าง
แล้วคุณแม่จะไม่เหนื่อย และมีความสุขกับการเลี้ยงลูกค่ะ
No comments:
Post a Comment