Friday, August 16, 2013

เตรียมพร้อม เมื่อต้องผ่าคลอด!



เมื่อกำหนดคลอดใกล้เข้ามา คุณแม่ทุกท่านคงจะมีความรู้สึกทั้งตื่นเต้น กลัว กังวล โดยเฉพาะเกี่ยวกับการคลอด และยิ่งกังวลมากขึ้น ถ้าจะต้องคลอดโดยวิธีการผ่าตัดคลอด การเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมทั้งก่อนผ่าตัด และรู้ทันอาการที่จะต้องเจอหลังผ่าตัด จะช่วยทำให้คุณแม่รับมือกับทุกปัญหาได้อย่างดีค่ะ

9 เรื่องต้องรู้ก่อนผ่า
1.      กรณีผ่าตัดโดยกำหนดวันไว้ล่วงหน้า คุณแม่และคุณพ่อควรคุยกับคุณหมอ กำหนดวันและเวลาผ่าตัดคลอดที่เหมาะสม ซึ่งหมายถึงลูกต้องครบกำหนดพร้อมจะคลอด และเป็นเวลาที่สะดวก เหมาะสม กับทั้งครอบครัวเราและคุณหมอในกรณีเอาฤกษ์ ขอให้กำหนดเป็นช่วงเวลา 15-30 นาทีค่ะ เช่น 9.00-9.30 . เป็นต้น เพื่อไม่ให้ทีมแพทย์ต้องเครียดมากเกินไป
2.      ศึกษาวิธีระงับความเจ็บปวด ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะใช้วิธีบล็อกหลังค่ะ วิธีนี้มีความปลอดภัยสูง ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดที่อาจพบได้ คือ อาการปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนและคันตามตัว ส่วนอาการปวดหลังนั้นไม่เกี่ยวกับการบล็อกหลัง การเตรียมตัวไม่มีอะไรมาก สำคัญคือเวลาคุณหมอกำลังจะทำการบล็อกหลัง คุณหมออาจใช้ท่านั่งก้มหลัง หรือท่านอนตะแคงงอตัวเหมือนกุ้ง ขอให้คุณแม่ทำตามคำแนะนำ ไม่เกร็งและนอนให้นิ่งที่สุดค่ะ อาจรู้สึกแปลบลงขาเล็กน้อย ไม่เจ็บมาก

3.      อุปกรณ์พิเศษที่แนะนำให้เตรียมคือ ผ้ารัดหน้าท้องค่ะ เพราะหลังผ่าตัด เวลาจะลุกเดิน ผ้ารัดหน้าท้องจะช่วยพยุงให้พุงพลุ้ยๆ ของคุณแม่ไม่ขยับมาก ลดความเจ็บปวดหลังผ่าค่ะ เตรียมกระเป๋าที่จะไปโรงพยาบาลล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ อย่าลืมผ้าอนามัยแบบซึมซับพิเศษ กางเกงชั้นในอนามัยกันเปื้อนด้านหลัง และเสื้อชั้นในสำหรับให้นม

4.      สิงที่สำคัญที่จะต้องเตรียมล่วงหน้า คือ ทีมผู้ช่วยค่ะ เพราะหลังผ่าตัด 1-2 สัปดาห์ คุณแม่อาจจะเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ ควรหาผู้ช่วย เช่น คุณยาย คุณสามี หรือผู้ช่วยงานบ้านไว้ล่วงหน้า

5.      ก่อนวันผ่าตัด ควรรับประทานอาหารอ่อน งดน้ำ และงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนถึงวันผ่าตัด

6.      หยุดงานเพื่อพักผ่อนมากๆ ประมาณ 2-3 วันล่วงหน้า เพราะคืนก่อนผ่าตัดมักนอนไม่ค่อยหลับค่ะ

7.      หากมีไข้ เป็นหวัด มีอาการปัสสาวะแสบขัด ตกขาวผิดปกติก่อนผ่าตัด ควรรีบแจ้งคุณหมอที่ดูแลทันที เพราะการคิดเชื้อที่ใดก็ตามก่อนผ่าตัดจะทำให้เพิ่มโอกาสการติดเชื้อหลังผ่าตัด

8.      ก่อนผ่าตัดทางโรงพยาบาลอาจทำการเจาะเลือก เพื่อเตรียมเลือด และตรวจความพร้อมของคุณแม่ล่วงหน้า

9.      ควรไปถึงโรงพยาบาลก่อนเวลาผ่าตัดอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

และเวลาที่รอคอยก็มาถึง การผ่าตัดคลอดใช้เวลาเพียง 30-45 นาที หลังผ่าตัดคุณแม่จะอยู่ในห้องพักฟื้นเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง และมีสายน้ำเกลือเพื่อให้สารน้ำยาช่วยการหดตัวของมดลูก และยาแก้ปวด นอกจากนั้นจะมีท่อปัสสาวะสีเหลืองซึ่งต้องใส่ไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงค่ะ ในกรณีบล็อกหลัง หลังผ่าตัดใหม่ๆ คุณแม่จะรู้สึกหนักขา ยกขาไม่ขึ้น อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือหนาวสั่นได้ หากมีอาการคุณแม่สามารถแจ้งพยาบาลที่ดูแลได้ทันทีค่ะ หากคุณแม่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ จะมีเจ้าหน้าที่พาคุณแม่ไปพักผ่อนที่ห้องพัก และคุณแม่ต้องนอนราบอีก 12 ชั่วโมง และงดน้ำ งดอาหารต่ออีกประมาณ 24 ชั่วโมงค่ะ

อาการนี้หนีไม่พ้น
1. ปวดแผล : หลังผ่าตัด 12 ชั่วโมง คุณแม่จะเริ่มยกขาได้ยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ และเริ่มรู้สึกปวดแผล ในเวลา 24 ชั่วโมงแรกคุณหมอจะให้ยาระงับอาการปวดทางเส้นเลือดดำ หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ แต่เมื่อครบ 24 ชั่วโมง คุณหมอจะให้เป็นยากินค่ะ แผลจะปวดมากประมาณ 1-2 วัน และจะค่อยๆ น้อยลงภายใน 1 สัปดาห์ค่ะ ฉะนั้นในสัปดาห์แรกคุณแม่ควรมีผู้ช่วยในการหยิบของโน่นนี่ช่วยงานบ้าน ช่วยอุ้มลูก ไม่ควรทำงานบ้านด้วยตนเอง และไม่ควรยกของที่มีน้ำหนักมากกว่าลูก และอย่าลืมใช้ผ้ารัดหน้าท้องด้วยค่ะ

2. เวียนศีรษะ คลื่นไส้ : หลังจากคุณหมอเอาสายปัสสาวะและสายน้ำเกลือออกแล้ว ให้คุณแม่ลุกช้าๆ ลุกขึ้นมานั่งก่อน แล้วค่อยๆ ยืน มองไปข้างหน้าให้เห็นภาพชัด ไม่มึนงง แล้วค่อยก้าวเดินค่ะ เพราะถ้าลุกเร็ว อาจหน้ามืดเป็นลมได้ค่ะ

3. ปัสสาวะขัด : หลังจากเอาสายปัสสาวะออกแล้ว เมื่อไปปัสสาวะครั้งแรกจะรู้สึกแสบขัดเล็กน้อย ให้คุณแม่นั่งปัสสาวะนานกว่าปกติเล็กน้อยค่ะ ให้คุณแม่ดื่มน้ำมากๆ เมื่อปัสสาวะครั้งต่อไปจะค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ

4. น้ำคาวปลา : 2-3 วันแรก น้ำคาวปลาจะมีสีแดงสดและจะออกมากเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถค่ะ เมื่อคุณแม่กลับบ้านน้ำคาวปลาจะค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ และเป็นลักษณะเหมือนตกขาวภายใน 6 สัปดาห์ค่ะ แต่ถ้าน้ำคาวปลามีสีแดงขึ้น มากขึ้น และออกมาจนชุ่มผ้าอนามัย หรือมีก้อนเลือดออกมาด้วย ควรรีบมาพบแพทย์ค่ะ

5. ปวดศีรษะ : หากมีอาการปวดศีรษะมาก เวลาลุกนั่ง ต้องนอนราบตลอด อาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากการบล็อกหลัง ให้คุณแม่ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อย 3 ลิตรต่อวัน อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในเวลา 1-2 วันค่ะ

6. ยังออกแรงไม่ไหว : เมื่อกลับบ้าน ควรจัดบริเวณเลี้ยงลูกให้สะดวกต่อการใช้งาน ควรมีโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม ตู้เก็บเสื้อผ้า ผ้าอ้อม กระปุกสำลี น้ำต้มสุก ควรจัดวางให้หยิบง่าย ไม่ต้องเดินไกล ไม่ควรขึ้นลงบันไดวันละหลายๆ รอบ และไม่ควรยกของหนักควรใช้อ่างอาบน้ำแบบยืนอาบน้ำได้ เพราะหลังผ่าถ้าต้องนั่งอาบน้ำให้ลูก เวลาลุกขึ้นจะเจ็บแผลและหน้ามืดได้ค่ะ งานบ้านควรหาผู้ช่วยทำก่อน และพักผ่อนนอนหลับพร้อมๆ กับลูกค่ะ

7. เต้านมคัดตึง : ควรให้ลูกดูดนมอย่างถูกวิธี ประคบน้ำอุ่นก่อนให้นม และควรให้ลูกดูดนมให้หมดเต้าค่ะ หากเต้านมแดง บวม แข็งตึงมาก และมีไข้ ควรรีบพบแพทย์ค่ะ

8. เครียด : สำหรับคุณแม่มือใหม่ความเจ็บปวดและความเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตอาจทำให้เกิดความเครียดจนอาจซึมเศร้าได้ คุณแม่ควรมีญาติสนิท หรือเพื่อนรักใกล้ชิดอยู่ด้วย เพื่อพูดคุยให้ผ่อนคลายความเครียด และช่วยลดภาระงานบ้านบางอย่าง การสร้างสายสัมพันธ์กับลูกรักโดยมองหน้าลูกทุกครั้งที่ให้นม กอด และหอมลูกจะช่วยให้คุณแม่มีพลังมากขึ้นค่ะ

            หมอขอเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่ทุกคนนะค่ะ อย่าเครียดและอย่าคาดหวังว่าทุกอย่างต้อง Perfect หรือเราต้องเป็น Supermom ค่ะ ขอให้ยอมที่จะขอความช่วยเหลือ และความรับช่วยเหลือจากคนรอบข้าง แล้วคุณแม่จะไม่เหนื่อย และมีความสุขกับการเลี้ยงลูกค่ะ

No comments:

Post a Comment