Self-esteem สำคัญต่อเด็ก
ความภาคภูมิใจในตนเอง
(Self-esteem) คือการที่คนคนหนึ่งรู้จักตัวตนของตัวเอง
ความรู้สึกดีต่อตนเอง รู้ว่าตัวเองมีคุณค่ามีความหมาย มีความสามารถ
และเป็นที่รักของคนอื่น เมื่อลูกมีความคิดความรู้สึกต่อตนเองแบบนี้จะส่งผลออกมาเป็นพฤติกรรมต่างๆ
เช่น มั่นใจในตัวเอง อารมณ์ดี อดทน มุ่งมั่น มีความพยายามสูง มองโลกในแง่ดี
แก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ มีมนุษยสัมพันธ์ดี
ปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ง่าน เข้าใจผู้อื่น เคารพผู้อื่น และเป็นที่รักของคนรอบข้าง
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติและแรงจูงใจในการดำเนินชีวิตของเขาด้วย
เทคนิคสร้าง Self-esteem ให้ลูกแต่ละวัย
การที่จะทำให้ลูกเกิด
Self-esteem หรือความภาคภูมิใจในตัวเองนั้น
ไม่สามารถใช้เวลาเพียง 1 หรือ 2 วันก็จะสร้างได้
แต่ต้องอาศัยระยะเวลาและการสั่งสมตั้งแต่แรกเกิดไปจนกระทั่งเติบโต เพราะฉะนั้น
คุณพ่อคุณแม่จึงควรเริ่มต้นปลูกฝังให้ลูกตั้งแต่ยังเล็กเลยทันที
วัย 0-1 ปี
ธรรมชาติของเด็กวัยแรกเกิดถึง
1 ปี
ยังยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ต้องการความเอาใจใส่จากพ่อแม่ ต้องการความอบอุ่น
กำลังใจ และคำชื่นชม เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของพัฒนาการที่รวดเร็วทุกด้าน
การที่ลูกได้ทดลองและพยายามทำอะไรเองหลายๆ อย่างในช่วงวัยนี้
ทำให้เรียนรู้ศักยภาพของตัวเองว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง
และเรียนรู้ว่าสามารถทำได้สำเร็จหากมีความพยายาม
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการรู้จักตัวเอง และยังสั่งสมความมั่นใจให้แก่ตัวเองด้วย
เพราะฉะนั้น เมื่อลูกทำอะไรสำเร็จคำชมจากพ่อแม่คือการสร้าง Self-esteem ที่ดีให้แก่ลูก
เทคนิคสร้าง Self-esteem
·
พ่อแม่ควรส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายของลูกจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่งให้ถูกต้อง
และตอบสนองทุกครั้งที่ร้องขอจะช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นคงภายในจิตใจ
·
แสดงความรักด้วยคำพูดที่ดีและการสัมผัสที่อบอุ่นจะช่วยสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยและความรู้สึกว่าตัวเองมีค่าต่อคนอื่น
·
ปล่อยให้ลูกทดลองทำกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถด้วยตนเอง
และชมเชยเมื่อทำสำเร็จ
·
หมั่นกอด อุ้ม และสัมผัสตัวลูกบ่อยๆ
จะทำให้ลูกรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย
ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูก
วัย 1-3 ปี
การเคลื่อนไหวร่างกายของลูกวัยนี้ค่อนข้างทำได้อย่างอิสระเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
รู้จักปฏิเสธหรือบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการสามารถทำกิจวัตรประจำวันเองได้หลายอย่าง
และสนใจสิ่งรอบตัวที่สำคัญคือต้องการปฏิสัมพันธ์กับคนรองข้างมากขึ้น
หากปูพื้นฐานความเชื่อมั่น ความเป็นตัวของตัวเองไม่ดีพอ
อาจทำให้เด็กมีปัญหาในการพาตัวเองสู่สังคมกลุ่มเพื่อนได้เช่นกัน
เทคนิคสร้าง Self-esteem
·
สอนให้ลูกแบ่งปันและมีน้ำใจกับเพื่อน
ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับความภูมิใจในตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเป็นการฝึกความคิด เชิงบวก
ฝึกให้เข้าใจ รู้จักตัวเอง
รู้ถึงความต้องการของตัวเองทำให้ลูกย้อนกลับมาพิจารณาความต้องการของตัวเอง
เริ่มจากเรื่องง่ายๆ อย่างการแบ่งขนมหรือของเล่นแก่เพื่อน เป็นต้น
·
ทำให้สิ่งใหม่ๆ ที่ยากขึ้นไปเรื่อยๆ
เพราะการที่ลูกได้สัมผัสได้จับและทดลองทำสิ่งใหม่
เป็นการทำให้เรียนรู้ถึงความสามารถของตัวเอง การที่ลูกรู้สึกว่าเขาทำได้ ทำได้ดี
จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ตัวเอง และจะค่อยๆ สั่งสมไปทีละเล็กละน้อย
·
สร้างนิสัยให้แก่ลูก
โดยให้ลูกฝึกช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันง่ายๆ เช่น เก็บของเล่น
ใส่เสื้อผ้าเอง ตักข้าวกินเอง ฝึกให้ลูกรู้จักเวลาที่เหมาะสม เช่น กินข้าว อาบน้ำ
ฯลฯ
·
เปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการทำงานบ้าน
เช่น เก็บผ้า พับผ้า ฯลฯ หรือช่วยพ่อแม่ทำกิจกรรมอื่นๆ ในบ้าน
เพื่อเป็นการฝึกช่วยเหลือคนอื่น รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น และรู้จักทำงานเป็นทีม
·
ทุกครั้งที่ลูกสามารถทำอะไรได้สำเร็จ
แม้จะเป็นความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ในสายตาพ่อแม่ หรือแม้จะทำแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม
พ่อแม่ก็ต้องชื่นชมในความพยายามของลูก เพื่อให้ลูกเกิดความมุ่งมั่นและไม่สูญเสียความตั้งใจ
วัย 3-6 ปี
วัยแห่งการเริ่มต้นมิตรภาพ
เพราะลูกเริ่มไปโรงเรียนแล้ว ช่วงนี้ลูกต้องปรับตัวสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ
พ่อแม่จะเห็นธรรมชาติในความเอาใจใส่ผู้อื่นในตัวลูก เช่น
เมื่อเพื่อนกำลังร้องไห้เขาจะรีบปลอบใจ เป็นต้น ชอบเล่นรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ
กลุ่มเดิม ต้องการการยอมรับจากเพื่อนๆ
ชอบปฏิบัติตามกฎของสังคมและมักหงุดหงิดเมื่อเพื่อนไม่ทำตามกติกา
นอกจากนี้ยังเป็นวัยที่ชอบเลียแบบ มีจินตนาการสูง
และภูมิใจในสิ่งที่ต้องการออกมาได้ดี
เทคนิคสร้าง Self-esteem
·
นอกจากรับผิดชอบกิจวัตรประจำวันง่ายๆ
ของตัวเองได้แล้ว
พ่อแม่สามารถสอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองด้วย เช่น
ทำการบ้านเสร็จแล้วค่อยเล่น เป็นต้น
·
ฝึกให้ลูกคิดและตัดสินในในเรื่องง่ายๆ เช่น
จะใส่กางเกงหรือกระโปรงดี เป็นต้น โดยในช่วงแรกๆ
พ่อแม่อาจจะต้องช่วยเสนอตัวเลือกหรือแนวทางในการตัดสินใจก่อน
และเมื่อลูกตัดสินใจแล้วพ่อแม่ควรเคารพในการตัดสินใจของลูก
เพื่อให้ลูกรู้สึกถึงการยอมรับจากพ่อแม่
·
ปล่อยให้ลูกได้ทำตามวิธีการของตัวเองมากที่สุด
โดยมีกำหนดเวลาให้ แม้ลูกจะทำได้ไม่เรียบร้อยหรือไม่เสร็จ
แต่เขาจะรู้สึกเหมือนได้รับความไว้วางใจและพิเศษกว่าคนอื่น
·
ลูกวัยนี้ค่อนข้างกลัวความล้มเหลว
พ่อแม่ควรให้ความอบอุ่นและความมั่นใจแก่ลูกเมื่อลูกต้องเผชิญกับความล้มเหลวด้วยการอธิบายให้ลูกเข้าใจถึงความแตกต่างของศักยภาพในแต่ละเรื่องของแต่ละคนที่มีไม่เหมือนกันด้วย
เทคนิคพ่อแม่
Dos
· คำพูดที่สร้างสรรค์ ให้กำลังใจ ชมเชยเมื่อเขาทำได้ดีเป็นแรงกระตุ้นที่อยากให้ลูกทีเพิ่มขึ้น
แต่ต้องระวังการชมเชยที่ทำให้ลูกเกิดความทะเยอทะยานจนเกินไป
เพราะทำให้เกิดผลเสียได้
· ลูกคือกระจกเงาของพ่อแม่
เพราะฉะนั้นควรเป็นตัวอย่างลูกเห็นก่อน เพราะลูกซึมซับทุกการกระทำของพ่อแม่
· พ่อแม่เป็นที่พึ่งทางใจที่สำคัญที่สุดสำหรับลูก
เพราะฉะนั้นเมื่อลูกมีปัญหาควรรีบแก้ไขทันที
อย่าปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นตะกอนที่สั่งสมในใจก่อเกิดเป็นความไม่มั่นใจในตัวเองของลูก
Don’ts
·
การเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่นจะทำให้เขาขาดความมั่นใจในตัวเองและขาด
Self-esteem ไปในที่สุด
·
การประชดลูกเป็นการบั่นทอนกำลังใจให้ลดลงมากชนิดที่เรียกว่าความมั่นใจที่เคยมีมาหายหมดเลยทีเดียว
·
พ่อแม่ที่คาดหวังกับลูกไว้สูงมาก ลูกก็กดดันสูง
และเมื่อผิดหวังก็จะทำให้ Self-esteem ที่สร้างกันมาลดทอนลงไปได้เหมือนกัน
·
ลูกทำผิดก็ไม่ควรดุเกินความผิดจริง
เพราะจะบั่นทอนตันรอนความมั่นใจของลูกที่มีต่อตัวเอง
การเสริมสร้างให้ลูกเป็นคนที่มีความภาคภูมิใจในตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก
ขอเพียงเลี้ยงดูด้วยความรัก ให้ความอบอุ่นให้มีอิสระทำในสิ่งที่ชอบและถนัด
โดยมีพ่อแม่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้ไม่ห่าง
เพียงเท่านี้ลูกก็อยู่เผชิญหน้าและรับมือกับความผิดหวังที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้แล้วล่ะ
No comments:
Post a Comment