คุณเคยลองมันเวลาเล่นๆ ดูกันบ้างไหมค่ะ
ว่าตอนที่เราถือกำเนิดขึ้นมานั้น คุณแม่ของเรามีอายุเท่าไหร่? แน่นอนค่ะ
คุณแม่ของแต่ละท่านจะมีลูกในวัยที่ไม่เท่ากัน บางคนมีบุตรตั้งแต่อายุน้อย
บางคนก็มีในช่วงอายุมากแล้ว หากสนิทสนมและมีเวลาพูดคุยกับคุณแม่
เราอาจจะเคยรับฟังประสบการณ์สมัยท่านคลอดลูก
และพรั่งพรูความรู้สึกที่มีต่อภาวะตั้งครรภ์ในอดีต ทั้งเรื่องดีก็เรื่องร้ายผสมปนเป
แต่หากถามตรงๆ คุณแม่หลายท่านเอง ก็อาจตอบไม่ได้ว่า ก่อนจะตัดสินใจมีลูกนั้น
ท่านคิดว่าจะเป็นแม่ที่ดีได้ไหม?
เราเป็นแม่ที่ดีได้เสมอ ในแบบฉบับของเรา
ที่อาจไม่เหมือนในตำราหรือชีวิตผู้อื่นเสมอไป และความสุขในครอบครัว
ก็วัดแทนกันไม่ได้ อยู่ที่ความพึงพอใจของเราเอง
หนึ่งในความกังวลของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์คือเรื่องนี้นี่เองค่ะ
ความวิตกหลังจากรู้ว่าตัวกำลังจะเป็นคุณแม่
คือความไม่มั่นใจถึงบทบาทที่ตัวเองจะได้รับ ตั้งแต่เรื่องปัญหาสุขภาพ
ความกลัวต่อโรคภัยไข้เจ็บที่จะส่งไปถึงลูก กลัวว่าตัวเองคือผู้แพร่เชื้อร้ายให้กับลูกน้อยและทำให้ลูกไม่แข็งแรง
บางคนเมื่อเริ่มตรวจพบความผิดปกติ ก็ยิ่งคิดมากไปจนถึงอดีตที่ผิดพลาด
และรู้สึกผิดที่ไม่ได้ ดูแลรักษาตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อเตรียมรับการมีลูก
ถัดจากเรื่องสุขภาพ
อาจเป็นเรื่องสถานะทางการเงิน การงาน อาชีพ ซึ่งหากคุณแม่เป็นคนทำงานนอกบ้าน
คุณอาจวิตกว่าจะมีเวลาเพียงพอดูแลตัวเองหรือไม่ หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน
คุณอาจวิตกถึงรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นแต่ละเดือน
หากคุณเป็นครอบครัวเดี่ยวหรือห่างไกลญาติมิตร คุณเริ่มคิดถึงญาติพี่น้อง
และน้อยใจว่าอาจจะไม่มีใครคอยช่วยเลี้ยงลูกหลังคลอด
ความวิตกนี้
เมื่อมาในเวลาเดียว ก็ง่ายมากที่จะได้ข้อสรุปเผินๆ ไปว่า “บางที…ฉันอาจเป็นแม่ที่ดีไม่ได้….”
ก่อนจะสรุปความให้แก่ตัวเองแบบนี้
ขอให้ตั้งสติให้ดีเสียก่อนและย้อนคิดถึงเพื่อน คนรู้จัก คุณแม่
หรือญาติบางคนเพื่อถามว่ามีใครบ้างที่คุณคิดว่าพวกเขาเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก
บางทีคำตอบอาจจะไม่มีเลยก็ได้ หรือหากมีคุณแม่ตัวอย่างที่คุณชื่นชมมาโดยตลอด
ลองคิดในอีกมุมหนึ่งดูว่า แน่ใจหรือว่าคุณแม่ท่านนั้นจะไม่เคยมีข้อบกพร่องใดๆ เลย
เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก
คำตอบหนึ่งที่คุณควรเรียนรู้อย่างตรงไปตรงมาก็คือ
“การมีลูกเมื่อพร้อม”
นั้นเป็นนิยามที่กว้างมาก ด้วยคำว่า “พร้อม”
ของแต่ละคน แต่ละครอบครัวก็ไม่เคยเท่ากัน บางคนมีความพร้อมทั้งฐานะ
การเงิน การงาน แต่อยู่ในวัยไม่เหมาะสม
บางคนเพิ่งแต่งงานร่างกายกำลังสมบูรณ์แต่ต้องเดินทางไกลอยู่เสมอ
บางคนมีความพร้อมทุกอย่าง แต่ไม่ชอบเลี้ยงเด็ก บางคนกำลังมีปัญหาครอบครัว
มีแนวโน้มจะหย่าร้าง ฯลฯ
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยาก
ที่จะบอกว่าความพร้อมที่ดีที่สุดคืออะไรกันแน่ เมื่อไม่มีความพร้อมที่สุด
ก็แปลว่าการเป็นแม่ที่ดีที่สุดนั้นวัดได้ยากเช่นกัน คุณจะรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมมาก
หากคุณไม่ต้องคิดถึงผลลัพธ์สำเร็จรูปมากนัก ขอแค่บอกตัวเองว่า “ฉันจะต้องทำให้ดีที่สุด”
“เราจะเป็นแม่ที่ดีได้ไหม?”
เป็นประโยคที่ไม่แปลกหากคุณจะถามตัวเอง
แต่คุณสามารถใส่คำตอบลงไปได้ทันทีเช่นกันว่า “เราสามารถเป็นแม่ที่ดีได้”
ขอเพียงเปิดใจให้กว้าง และละทิ้งความคาดหวังที่มากเกินไปจนกลายเป็นเครื่องกดดันทั้งต่อตัวเองและครอบครัว
หากเมื่อไหร่ที่คุณไม่มั่นใจ ขอให้ท่องคาถาที่นำมาฝากตามนี้ค่ะ
ก- การเป็นพ่อและแม่ เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝน
ไม่มีใครเกิดมาแล้วสามารถทำได้โดยสมบูรณ์
อ- อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้มีประสบการณ์เพราะศาสตร์และศิลป์แห่งการเลี้ยงดูเด็กๆ
เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาหาความรู้ ไม่ได้คิดคำนึงขึ้นได้เองทั้งหมด
-- อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น
และลงโทษตัวเองด้วยการรู้สึกผิด แต่จงแก้ไขข้อผิดพลาดและปรับปรุงอยู่เสมอ
-- การอวดอ้างถึงผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูก
เป็นเรื่องไร้สาระ แต่สิ่งที่ควรทำคือการแลกเปลี่ยนที่เต็มไปด้วยความใจกว้าง
จะทำให้ได้รับคำแนะนำที่ดีอยู่เสมอๆ
เ- เราเป็นแม่ที่ดีได้เสมอ ในแบบฉบับของเรา
ที่อาจไม่เหมือนในตำราหรือชีวิตผู้อื่นเสมอไป ความเข้าใจในแต่ละครอบครัวเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง
แต่ความสุขในครอบครัวก็วัดแทนกันไม่ได้อยู่ที่ความพึงพอใจของเราเอ
-- บอกตัวเองเสมอว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่
ได้ทำอย่างดีที่สุดแล้วและจงพยายามตามนั้น
เป็นแม่ที่ดีไหม…คนที่ตอบได้ที่สุดคือตัวคุณเองค่ะ
No comments:
Post a Comment