Thursday, August 15, 2013

เราจะเป็นแม่ที่ดีได้ไหม?

คุณเคยลองมันเวลาเล่นๆ ดูกันบ้างไหมค่ะ ว่าตอนที่เราถือกำเนิดขึ้นมานั้น คุณแม่ของเรามีอายุเท่าไหร่? แน่นอนค่ะ คุณแม่ของแต่ละท่านจะมีลูกในวัยที่ไม่เท่ากัน บางคนมีบุตรตั้งแต่อายุน้อย บางคนก็มีในช่วงอายุมากแล้ว หากสนิทสนมและมีเวลาพูดคุยกับคุณแม่ เราอาจจะเคยรับฟังประสบการณ์สมัยท่านคลอดลูก และพรั่งพรูความรู้สึกที่มีต่อภาวะตั้งครรภ์ในอดีต ทั้งเรื่องดีก็เรื่องร้ายผสมปนเป แต่หากถามตรงๆ คุณแม่หลายท่านเอง ก็อาจตอบไม่ได้ว่า ก่อนจะตัดสินใจมีลูกนั้น ท่านคิดว่าจะเป็นแม่ที่ดีได้ไหม?

เราเป็นแม่ที่ดีได้เสมอ ในแบบฉบับของเรา ที่อาจไม่เหมือนในตำราหรือชีวิตผู้อื่นเสมอไป และความสุขในครอบครัว ก็วัดแทนกันไม่ได้ อยู่ที่ความพึงพอใจของเราเอง

            หนึ่งในความกังวลของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์คือเรื่องนี้นี่เองค่ะ ความวิตกหลังจากรู้ว่าตัวกำลังจะเป็นคุณแม่ คือความไม่มั่นใจถึงบทบาทที่ตัวเองจะได้รับ ตั้งแต่เรื่องปัญหาสุขภาพ ความกลัวต่อโรคภัยไข้เจ็บที่จะส่งไปถึงลูก กลัวว่าตัวเองคือผู้แพร่เชื้อร้ายให้กับลูกน้อยและทำให้ลูกไม่แข็งแรง บางคนเมื่อเริ่มตรวจพบความผิดปกติ ก็ยิ่งคิดมากไปจนถึงอดีตที่ผิดพลาด และรู้สึกผิดที่ไม่ได้ ดูแลรักษาตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อเตรียมรับการมีลูก  
   
            ถัดจากเรื่องสุขภาพ อาจเป็นเรื่องสถานะทางการเงิน การงาน อาชีพ ซึ่งหากคุณแม่เป็นคนทำงานนอกบ้าน คุณอาจวิตกว่าจะมีเวลาเพียงพอดูแลตัวเองหรือไม่ หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน คุณอาจวิตกถึงรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นแต่ละเดือน หากคุณเป็นครอบครัวเดี่ยวหรือห่างไกลญาติมิตร คุณเริ่มคิดถึงญาติพี่น้อง และน้อยใจว่าอาจจะไม่มีใครคอยช่วยเลี้ยงลูกหลังคลอด

            ความวิตกนี้ เมื่อมาในเวลาเดียว ก็ง่ายมากที่จะได้ข้อสรุปเผินๆ ไปว่า บางทีฉันอาจเป็นแม่ที่ดีไม่ได้.
            ก่อนจะสรุปความให้แก่ตัวเองแบบนี้ ขอให้ตั้งสติให้ดีเสียก่อนและย้อนคิดถึงเพื่อน คนรู้จัก คุณแม่ หรือญาติบางคนเพื่อถามว่ามีใครบ้างที่คุณคิดว่าพวกเขาเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก บางทีคำตอบอาจจะไม่มีเลยก็ได้ หรือหากมีคุณแม่ตัวอย่างที่คุณชื่นชมมาโดยตลอด ลองคิดในอีกมุมหนึ่งดูว่า แน่ใจหรือว่าคุณแม่ท่านนั้นจะไม่เคยมีข้อบกพร่องใดๆ เลย เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก    

            คำตอบหนึ่งที่คุณควรเรียนรู้อย่างตรงไปตรงมาก็คือ การมีลูกเมื่อพร้อมนั้นเป็นนิยามที่กว้างมาก ด้วยคำว่า พร้อมของแต่ละคน แต่ละครอบครัวก็ไม่เคยเท่ากัน บางคนมีความพร้อมทั้งฐานะ การเงิน การงาน แต่อยู่ในวัยไม่เหมาะสม บางคนเพิ่งแต่งงานร่างกายกำลังสมบูรณ์แต่ต้องเดินทางไกลอยู่เสมอ บางคนมีความพร้อมทุกอย่าง แต่ไม่ชอบเลี้ยงเด็ก บางคนกำลังมีปัญหาครอบครัว มีแนวโน้มจะหย่าร้าง ฯลฯ

            ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยาก ที่จะบอกว่าความพร้อมที่ดีที่สุดคืออะไรกันแน่ เมื่อไม่มีความพร้อมที่สุด ก็แปลว่าการเป็นแม่ที่ดีที่สุดนั้นวัดได้ยากเช่นกัน คุณจะรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมมาก หากคุณไม่ต้องคิดถึงผลลัพธ์สำเร็จรูปมากนัก ขอแค่บอกตัวเองว่า ฉันจะต้องทำให้ดีที่สุด

            เราจะเป็นแม่ที่ดีได้ไหม?” เป็นประโยคที่ไม่แปลกหากคุณจะถามตัวเอง แต่คุณสามารถใส่คำตอบลงไปได้ทันทีเช่นกันว่า เราสามารถเป็นแม่ที่ดีได้ขอเพียงเปิดใจให้กว้าง และละทิ้งความคาดหวังที่มากเกินไปจนกลายเป็นเครื่องกดดันทั้งต่อตัวเองและครอบครัว หากเมื่อไหร่ที่คุณไม่มั่นใจ ขอให้ท่องคาถาที่นำมาฝากตามนี้ค่ะ
ก- การเป็นพ่อและแม่ เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝน ไม่มีใครเกิดมาแล้วสามารถทำได้โดยสมบูรณ์
อ- อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้มีประสบการณ์เพราะศาสตร์และศิลป์แห่งการเลี้ยงดูเด็กๆ เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาหาความรู้ ไม่ได้คิดคำนึงขึ้นได้เองทั้งหมด
-- อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น และลงโทษตัวเองด้วยการรู้สึกผิด แต่จงแก้ไขข้อผิดพลาดและปรับปรุงอยู่เสมอ
-- การอวดอ้างถึงผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูก เป็นเรื่องไร้สาระ แต่สิ่งที่ควรทำคือการแลกเปลี่ยนที่เต็มไปด้วยความใจกว้าง จะทำให้ได้รับคำแนะนำที่ดีอยู่เสมอๆ
 เ- เราเป็นแม่ที่ดีได้เสมอ ในแบบฉบับของเรา ที่อาจไม่เหมือนในตำราหรือชีวิตผู้อื่นเสมอไป ความเข้าใจในแต่ละครอบครัวเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง แต่ความสุขในครอบครัวก็วัดแทนกันไม่ได้อยู่ที่ความพึงพอใจของเราเอ
-- บอกตัวเองเสมอว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ ได้ทำอย่างดีที่สุดแล้วและจงพยายามตามนั้น 

เป็นแม่ที่ดีไหมคนที่ตอบได้ที่สุดคือตัวคุณเองค่ะ

No comments:

Post a Comment