Tuesday, August 20, 2013

นอนกรน… เรื่องใหญ่ของเจ้าตัวน้อย!

เสียงกรนฟี้ๆ ของลูกน้อย อาจจะเป็นเรื่องน่ารักน่าชังของคุณแม่บางคน ที่คิดว่าลูกนอนสบายจนระบายความสุขออกมาเป็นเสียงกรน แต่เมื่อไหร่ก็ตามหากเจ้าตัวเล็กเริ่มกรนเสียงดังขึ้น คุณแม่ควรกังวลได้แล้ว เพราะภาวะนอนกกรนในเจ้าตัวเล็กส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกายและสติปัญญาของลูก และหากมีอาการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยงานนี้อาจมีอันตรายถึงชีวิตค่ะ
ลูกน้อยนอนกรนเกิดจากอะไร
     เด็กนอนกรนส่วนใหญ่จะพบในช่วงที่ลูกเริ่มโตตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองรวมถึงต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โตขึ้น ส่งผลให้เกิดการอุดกันของทางเดินหายใจจนเกิดเสียงกรน นอกจากนี้ภาวะนอนกรนของเจ้าตัวเล็กอาจเกิดจาก
·       โรคภูมิแพ้
·       โรคระบบทางเดินหายใจ
·      ลูกน้อยมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน เจ้าตัวเล็กที่อ้วนเกินไปจะมีไขมันรอบคอเยอะ เมื่อหลับกล้ามเนื้อเกิดหย่อนตัว ไขมันไปกดทับทางเดินหายใจมากส่งผลให้นอนกรน
การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ หลับไม่สนิท หลับไม่ลึก ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เต็มที่ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัย
นอนกรนภัยร้ายยามหลับ
     การที่เจ้าตัวเล็กนอนกรนส่งผลต่อการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ หลับไม่สนิท หลับไม่ลึก ทำให้ร่างกายผักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัย เพราะจะมีผลต่อการหลั่ง Growth Hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กที่จะหลั่งออกมาในตอนหลับสนิทกลางดึกเท่านั้น
     การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพที่เกิดจากการนอนกรนทำให้เมื่อตื่นขึ้นมาลูกน้อยจะไม่สดชื่น กระปรี้กระเปร่า อ่อนเพลีย งัวเงีย อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการเรียนรู้ สมาธิสั้น ความจำไม่ดี ก้าวร้าว ซนกว่าปกติ
     หากลูกน้อยมีอาการกรนและมีอาการหยุดหายใจร่วมด้วยยิ่งต้องระวัง เพราะการหยุดหายใจตอนหลับส่งผลให้ออกซิเจนให้เลือดลดลง หัวใจจึงทำงานหลักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย หากคุณแม่ปล่อยให้อาการนี้เกิดขึ้นนานๆ ลูกน้อยจะมีอาการหัวใจโต และอาจรุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเสียชีวิตได้
     การนอนกรนจะรบกวนการนอนของเจ้าตัวเล็ก ทำให้ลูกน้อยมีอาการต่างๆ เข้ามาเป็นอุปสรรคการนอนหลับไม่ว่าจะเป็น ปวดปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปัสสาวะรดที่นอน นอนหลับไม่สนิท นอนดิ้น ผวาตื่น หรือฝันร้ายง่าย
     การนอนกรนทำให้ลูกอ้าปากเวลานอน เพราะต่อมอะดีนอยด์โตทำให้กระดูกเพดานปากโก่งสูง ส่งผลอาจทำให้ฟันหน้ายื่นผิดรูป (ฟันเหยิน) สาเหตุเพราะเจ้าตัวเล็กที่นอนกรนจะหายใจเข้าออกผ่านทางปากมากกว่าการหายใจเข้าออกผ่านช่องทางปกติคือจมูก
แก้ปัญหาลูกนอนกรน
     เบื้องต้นคุณแม่ควรดูแลสภาพแวดล้อมในห้องนอนของเจ้าตัวเล็กว่าขัดขวางสุขลักษณะการนอนที่มีคุณภาพหรือเปล่า เช่น อาการไม่ถ่ายเท มีแสงสว่างส่องตาลูก อากาศร้อนหรือหนาวเกินไป มีอะไรมาปิดทับการหายใจ (เช่น หมอน ผ้าห่ม) ของลูกหรือเปล่า
     เช็กดูว่าลูกน้อยมีน้ำมูกหรือเปล่า บางครั้งเจ้าตัวเล็กป่วยเป็นหวัด น้ำมูกก็เป็นอุปสรรคต่อการนอน ทำให้เกิดอาการกรนได้ หากเป็นสาเหตุนี้คุณแม่ก็จัดการเจ้าน้ำมูกตัวร้ายซะเลยค่ะ
     การแก้ปัญหาเบื้องต้น ให้ลองจับลูกนอนตะแคงเพราะจะทำให้อาการนอนกรนของลูกลดลงได้
     แนวทางการรักษาทางการแพทย์ คุณหมอจะตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุที่เด็กนอนกรน เช่น ต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โตผิดปกติ หรือจมูกอักเสบจากโรคภูมิแพ้หรือไม่ แล้วรักษาตามอาการ
     ส่วนอาการหยุดหายใจขณะหลับ คุณหมอจะทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อดูว่ามีอาการหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่
     หากลูกน้อยนอนกรน คุณแม่ไม่ควรมองข้ามนะคะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลต่อพัฒนาการของเจ้าตัวเล็ก ควรพาไปปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุดค่ะ

No comments:

Post a Comment